ผลตอบแทนของ Jitta Ranking ประจำปี 2560

ทุกต้นปี เราจะต้อนรับปีใหม่ด้วยการสรุปผลตอบแทนของ Jitta Ranking ซึ่งเป็นสูตรการจัดอันดับหุ้นน่าลงทุนตามหลักการ “ลงทุนในธุรกิจที่ดี ในราคาที่เหมาะสม” ของวอร์เรน บัฟเฟตต์ โดยพิจารณาจาก Jitta Score (คุณภาพพื้นฐานของธุรกิจ) และ Jitta Line (มูลค่าที่เหมาะสมของธุรกิจ) เป็นหลัก  

สำหรับปีนี้ ผลตอบแทนเฉลี่ยของ 7 ประเทศที่ Jitta ให้บริการ ได้แก่ ไทย สหรัฐอเมริกา เวียดนาม ญี่ปุ่น สิงคโปร์ อังกฤษ และฮ่องกง นั้นชนะตลาด โดยหุ้น 20 ตัวแรก หรือ Jitta Ranking Top 20 ให้ผลตอบแทนเฉลี่ยถึง 30.75% ในขณะที่ดัชนีตลาดของทั้ง 7 ประเทศให้ผลตอบแทนเฉลี่ยที่ 23.71%

ในขณะเดียวกัน Jitta Ranking 2017 ของแต่ละประเทศก็ทำกำไรได้ดี หลายประเทศให้ผลตอบแทนชนะดัชนีตลาด ได้แก่ ประเทศสหรัฐอเมริกา ญี่ปุ่น สิงคโปร์ และสหราชอาณาจักร ส่วนประเทศไทย เวียดนาม และฮ่องกงก็ถือว่าสร้างผลตอบแทนได้ดีทีเดียว แม้จะต่ำกว่าดัชนีตลาดเพียงเล็กน้อย

ซึ่งถ้ามองภาพรวมของผลตอบแทนย้อนหลังในแต่ละประเทศแบบยาวๆ แล้ว จะเห็นได้ชัดเจนว่า การลงทุนใน Jitta Ranking นั้นสร้างผลตอบแทนเฉลี่ยสะสมต่อปีสูงกว่าดัชนีของแต่ละประเทศมาก

หัวใจสำคัญของการลงทุนแนวเน้นคุณค่าแบบ The Jitta Way นี้ ก็คือการลงทุนในธุรกิจที่ดี ในราคาที่เหมาะสม ผ่านการซื้อหุ้น 20-30 ตัวแรกของ Jitta Ranking เพื่อกระจายความเสี่ยง จากนั้นถือไว้จนครบปี ก่อนจะปรับพอร์ตปีละครั้ง เพิ่มโอกาสให้พอร์ตของคุณงอกเงยเติบโตขึ้นเรื่อยๆ อย่างยั่งยืน  

เพื่อแสดงให้เห็นว่าหลักการลงทุนดังกล่าวมีประสิทธิภาพนำไปใช้ได้จริง เราจึงได้พิสูจน์ผลตอบแทนย้อนหลังของการลงทุนใน Jitta Ranking ตั้งแต่ปี 2009 จนถึงปีล่าสุด พร้อมแสดงรายชื่อหุ้น Jitta Ranking Top 20 ของแต่ละปี รวมถึงรายชื่อหุ้นของปี 2018 ที่เราจะอัปเดตผลตอบแทนตอนสิ้นปีนี้ ไว้ให้คุณดูอย่างละเอียดที่ https://goo.gl/KZBEqr

พูดได้ว่าปีนี้เป็นปีทองสำหรับตลาดหุ้นไทยเลยทีเดียวครับ ที่ทำ all time high 1,700 กว่าจุดในช่วงที่ผ่านมา ทำให้ผลตอบแทนของทั้ง Jitta Ranking และ SET50 สูงทั้งคู่

สำหรับตลาดหุ้นของสหรัฐอเมริกาในปี 2017 นั้นอยู่ในช่วงขาขึ้น และทำสถิติพุ่งขึ้นมากที่สุดในรอบ 4 ปี โดยดัชนี S&P 500 ปรับตัวขึ้น 19.4% แต่ Jitta Ranking ทำผลงานได้ดียิ่งกว่า ด้วยผลตอบแทนรวมทั้งปี 34.46%


ปีนี้ยังถือว่าเป็นปีที่ร้อนแรงของตลาดหุ้นเวียดนาม กับดัชนี VNI ที่พุ่งสูงขึ้น 48.03% ถือเป็นอันดับหนึ่งของเอเชีย และอันดับสามของโลก

ผลตอบแทน Jitta Ranking Top 20 ในตลาดหุ้นญี่ปุ่นถือว่ายอดเยี่ยมมาก ที่ให้ผลตอบแทนสูงถึง 57.19% ในขณะที่ดัชนี NIKKEI 225 เพิ่มขึ้น 19.10% ตามเศรษฐกิจของญี่ปุ่นที่อยู่ในช่วงขาขึ้นเช่นเดียวกัน

ตลาดสิงคโปร์กลับมาอีกครั้งหลังจากซบเซาไปตั้งแต่ปี 2012 ซึ่ง Jitta Ranking ก็ทำผลงานได้ดีมากอย่างต่อเนื่อง ด้วยผลตอบแทนสูงถึง 35.98% เป็นเท่าตัวของดัชนีตลาดสิงคโปร์

ด้วยอานิสงส์จากหุ้นตัวใหญ่สุดฮอตอย่าง Tencent ทำให้ปีนี้ตลาดหุ้นฮ่องกงสูงเป็นประวัติการณ์ในรอบ 10 ปี ผ่าน 30,000 จุดเป็นอีกครั้งหลังจากปี 2007 และมีผลตอบแทนสูงถึง 35.99%  

สหราชอาณาจักรก็สร้างความคึกคักในตลาดหุ้นฝั่งยุโรปไม่แพ้กัน สร้าง new record และดัชนีปิดไปที่ 7.63% ซึ่ง Jitta Ranking สามารถสร้างผลตอบแทนได้สูงถึง 31.52% 

เริ่มลงทุนตาม Jitta Ranking

การทดสอบผลตอบแทนของเรา ทั้งแบบ backtest และ forward test แสดงให้เห็นว่าการลงทุนตาม Jitta Ranking นั้น นอกจากจะเป็นกลยุทธ์การลงทุนที่มีประสิทธิภาพกว่าในระยะยาวแล้ว ยังเป็นวิธีลงทุนที่ไม่ยุ่งยาก ประหยัดเวลา ทุกคนสามารถทำตามได้อย่างง่ายดาย ไม่ว่าจะมีประสบการณ์การลงทุนในตลาดหุ้นมาก่อนหรือไม่ก็ตาม

หากคุณเป็นคนหนึ่งที่อยากลดความยุ่งยากของการลงทุน แต่ยังต้องการผลตอบแทนที่ดีในระยะยาว Jitta Ranking จะช่วยให้คุณเลือก “ธุรกิจที่ดี ในราคาที่เหมาะสม” เข้าพอร์ต ทั้งยังช่วยให้คุณกระจายความเสี่ยง และปรับพอร์ตอย่างเหมาะสม  

เริ่มต้นง่ายๆ เพียงคุณเข้าไปดูรายชื่อหุ้น Top 20-30 บน Jitta Ranking ของวันนี้ที่ https://www.jitta.com/explore?country=TH และดูหุ้นเรียงลำดับจากซ้ายไปขวา บนลงล่าง เพื่อให้ได้หุ้น 20-30 ตัวแรก

จากนั้นแบ่งเงินลงทุนเป็น 20 หรือ 30 ส่วนเท่าๆ กัน แล้วแต่จำนวนหุ้นที่คุณจะซื้อ หากซื้อ 20 ตัว หุ้นแต่ละตัวก็จะคิดเป็น 5% ของพอร์ต หากซื้อ 30 ตัว หุ้นแต่ละตัวก็จะคิดเป็น 3-4% ของพอร์ต

หลังจากซื้อหุ้นไป 1 ปีก็ถึงเวลาปรับพอร์ต ซึ่งวันนั้น คุณต้องกลับเข้าไปดู Jitta Ranking เพื่อดูว่ามีรายชื่อหุ้นอะไรบ้าง หลังจากนั้นทำการปรับพอร์ตหุ้น โดยการขายหุ้นทั้งหมดที่ไม่ได้อยู่ใน Jitta Ranking ใหม่ หากคุณมีกำไรคุณก็สามารถนำมารวมเพื่อซื้อหุ้น Jitta Ranking ชุดใหม่ได้

การทำซ้ำๆ แบบเป็นระบบเช่นนี้ทุกปี ก็จะช่วยให้คุณลงทุนแนวเน้นคุณค่าได้อย่างมีประสิทธิภาพ สร้างผลตอบแทนที่ดีระยะยาวได้แล้ว

ทำไมต้องซื้อหุ้น 20-30 ตัว

บางครั้ง Jitta Ranking Top 5 และ Jitta Ranking Top 10 นั้นให้ผลตอบแทนเฉลี่ยทบต้นสูงกว่าการลงทุนกับ Jitta Ranking Top 20 หรือ 30

แต่นั่นหมายถึงความผันผวนของพอร์ตที่อาจจะเพิ่มขึ้นด้วย

หากคุณซื้อหุ้นเพียงแค่ 5 ตัวแรกของ Jitta Ranking แล้วมีตัวใดตัวหนึ่งที่ขาดทุนหนักๆ หุ้นตัวนั้นจะส่งผลกระทบถึง 20% ของพอร์ต

สำหรับคนที่ทนเห็นพอร์ตแดงหนักๆ ไม่ไหว ก็อาจจะตระหนกตกใจ รีบขายหุ้นก่อนเวลาอันควร ก็จะส่งผลเสียต่อการลงทุนในระยะยาว

แต่เมื่อคุณซื้อหุ้น 20-30 ตัว ซึ่งเป็นจำนวนที่เหมาะสมที่สุดสำหรับการซื้อหุ้นตาม Jitta Ranking และเป็นการกระจายความเสี่ยงที่ดีที่สุด

เพราะหุ้นแต่ละตัวจะมีสัดส่วน 3-5% หากมีหุ้นตัวใดขาดทุนหนักๆ คุณก็ไม่ต้องกังวลว่าทั้งพอร์ตของคุณจะเหวี่ยงแรงจนคุณนอนไม่หลับ

ที่สำคัญเมื่อคุณเลือกหุ้นตาม Jitta Ranking ซึ่งเป็นการลงทุนใน “บริษัทที่ยอดเยี่ยม ในราคาที่เหมาะสม” แล้ว แม้หุ้นบางตัวพื้นฐานจะเปลี่ยนไปแบบไม่มีใครคาดคิดมาก่อน แต่ก็ไม่ทำให้พอร์ตเสียหาย เพราะหุ้นส่วนใหญ่ที่เหลือ จะทำกำไรชดเชยได้

ทำไมต้องปรับพอร์ตปีละครั้ง

ข้อดีของการลงทุนตาม Jitta Ranking อีกหนึ่งอย่างก็คือ คุณไม่ต้องจับจังหวะตลาด เพียงแค่ลงทุนและปรับพอร์ตปีละครั้งเท่านั้น

นั่นก็เพราะ เมื่อคุณเริ่มลงทุนด้วยการเลือกธุรกิจที่ดีอยู่แล้ว รอให้งบการเงินออกมาครบ 4 ไตรมาสเพื่อให้ชัวร์ว่าพื้นฐานธุรกิจเปลี่ยนไปแล้วจริงๆ ก่อนจะขายดีกว่า ไม่อย่างนั้นอาจทำให้คุณเสียโอกาสได้ ในกรณีที่ผลประกอบการได้รับผลกระทบเพียงไตรมาสเดียว

นอกจากนี้ การปรับพอร์ตบ่อยเกินไป อาจจะมีบางครั้งที่ถูก บางครั้งที่ผิด สุดท้ายทำไปทำมา ผลลัพธ์ก็อาจจะไม่ต่างจากการถือไปเรื่อยๆ แล้วปรับพอร์ตแค่ปีละครั้ง แต่คุณกลับต้องเสียค่าธรรมเนียมการซื้อขายหุ้นเพิ่มขึ้น ซึ่งก็จะไปลดผลตอบแทนที่คุณได้รับโดยตรง

หากคุณพร้อมเริ่มต้นลงทุนระยะยาว หรือมีกำหนดปรับพอร์ตหุ้นต้นปีนี้ ก็เริ่มลงทุนตาม Jitta Ranking ได้ทันที เพียงเข้าไปดูรายชื่อหุ้น 20-30 อันดับแรกของประเทศไทยที่นี่ https://www.jitta.com/explore?country=TH 

ขอให้มีความสุขกับการลงทุนในปี 2018!