by Jitta
วันที่ 5 เม.ย. 2560 • อัพเดทล่าสุดเมื่อ: วันที่ 15 เม.ย. 2560
นักลงทุนลงล่วงรู้อนาคตได้อย่างไร

คำถามนึงที่มักจะมีคนถามผมเสมอๆก็คือ “Jitta แสดงข้อมูลตั้งแต่อดีตจนถึงปัจจุบัน แล้วทีนี้เราจะมั่นใจได้อย่างไรว่า หุ้นที่เราลงทุนไปแล้ว จะยังมี Jitta Score และ Jitta Line ที่ดีอยู่ในอนาคต และสามารถทำกำไรและสร้างความมั่งคั่งได้ตามที่เราวางแผนไว้”

คำตอบที่แท้จริงแล้วก็คือ ในการลงทุนนั้น ไม่มีใครรู้อนาคตได้แม่นยำ 100% ครับ แม้กระทั่งนักลงทุนระดับโลกทุกคน ก็ไม่มีใครสามารถคาดการณ์อนาคตได้ครับ สิ่งที่ทุกคนทำกันก็คือ การวิเคราะห์ข้อมูลทั้งหมดที่มีตั้งแต่อดีตจนถึงปัจจุบัน แล้วเลือกลงทุนในสิ่งที่ปลอดภัยและน่าจะให้ผลตอบแทนมากที่สุดในอนาคต

ดังนั้นสิ่งที่เราในฐานะนักลงทุนต้องทำกันเป็นหลัก ก็คือ การลดความเสี่ยง และ การติดตามอนาคต ครับ

1. การลดความเสี่ยง

ก็คือ การที่เราพยายามเลือกลงทุนเฉพาะในบริษัทที่มีผลประกอบการดีต่อเนื่องมาอย่างยาวนาน และมีความสามารถในการแข่งขันสูงนั่นเองครับ เพราะบริษัทเหล่านี้พิสูจน์ให้เราเห็นแล้วว่า สามารถผ่านช่วงเวลาที่เศรษฐกิจดีและแย่มาได้แล้วหลายต่อหลายครั้ง และบริษัทก็กลับมาทำกำไรได้มากขึ้น พร้อมๆกับราคาหุ้นที่สูงขึ้นเรื่อยๆ

ซึ่งนักลงทุนที่ประสบความสำเร็จส่วนมาก จะมองถึงโอกาสขาดทุนก่อนกำไรเสมอๆครับ อย่าง Warren Buffett เองก็บอกว่า ถ้าหากมีโอกาส 99% ที่ลงทุนไปแล้วจะได้กำไรเท่าตัว แต่มีโอกาส 1% ที่จะหมดตัว เค้าก็จะไม่มีวันลงทุนอย่างเด็ดขาดครับ เพราะมันไม่คุ้มที่จะเสี่ยงเลยสักนิดเดียวครับ

ดังนั้นในกรณีของ Jitta ก็คือ การเลือกลงทุน (ในราคาที่เหมาะสม) ในบริษัทที่มี Jitta Score สูงกว่า 5 ต่อเนื่องหลายๆปี แสดงให้เห็นว่าโอกาสที่บริษัทจะเกิดวิกฤตหนักๆที่ทำให้บริษัทประสบภาวะขาดทุนหรือล้มละลายในเวลา 3-5 ปีนั้นมีน้อยมาก ซึ่งก็ทำให้เงินลงทุนของเราค่อนข้างที่จะปลอดภัยมากด้วยครับ

รวมทั้งต้องมีการกระจายความเสี่ยงที่เหมาะสมด้วยครับ เพราะการใส่เงิน 100% ลงไปหุ้นตัวเดียว แม้ว่าจะมั่นใจมาก แต่ก็อาจจะมีอะไรไม่คาดคิดเกิดขึ้นได้เสมอครับ อย่าง Warren Buffett เองที่เคยใส่เงินมากสุดในหุ้น 1 ตัว คือ American Express ก็ประมาณ 40% ของเงินลงทุนทั้งหมด ซึ่งก็ต้องเป็นกรณีที่มั่นใจมากจริงๆครับ

2. การติดตามอนาคต

ก็คือ การที่เราคอยติดตามผลการดำเนินงานของบริษัทไปเรื่อยๆว่าเป็นไปอย่างที่เราคิดไว้หรือเปล่า เพราะว่าสืบเนื่องจากข้อ 1 แม้ว่าเราจะเลือกบริษัทที่ดีมากแล้วก็ตาม อะไรๆที่ไม่คาดฝันก็เกิดขึ้นได้เสมอ ดังนั้นการคอยดูว่าบริษัทยังมีความสามารถในการแข่งขันที่ดี และ มีมูลค่าสูงขึ้นเรื่อยๆในทุกๆปี ก็จะทำให้เรายังคงมั่นใจได้เหมือนเมื่อตอนลงทุนว่า เงินลงทุนของเรายังปลอดภัยอยู่ และ น่าจะเติบโตขึ้นเรื่อยๆตามที่เราคิดไว้ครับ

ซึ่งนี่ก็คือ การติดตามอ่านงบการเงินที่ออกมาใหม่ของบริษัททุกๆไตรมาส ที่นักลงทุนทำกันทุกๆ 3 เดือนนั่นเองครับ เพื่อดูว่าบริษัทสามารถทำกำไรได้เติบโตตามที่คิดไหม มีฐานะทางการเงินที่ดีเหมือนเดิมหรือเปล่า ถ้าหากเห็นว่ามีอะไรที่ผิดปรกติ ก็จะต้องรีบตรวจสอบหาสาเหตุ เพื่อจะได้นำมาใช้ตัดสินใจว่าจะ ซื้อหุ้นเพิ่ม ขายหุ้น หรือ ถือต่อไป ครับ

ซึ่งในกรณีของ Jitta ก็คือ การกดปุ่ม Follow ในหุ้นที่เราลงทุน (หรือสนใจลงทุน) ไว้นั่นเอง เพื่อให้ทุกๆ 3 เดือนเวลาที่บริษัทประกาศงบการเงินออกมาใหม่ จะได้รับอีเมล์เพื่ออัพเดท Jitta Score และ Jitta Line ที่เปลี่ยนแปลงไปเพื่อให้ทันกับสภาพของบริษัท ณ ปัจจุบันเสมอครับ จะได้นำข้อมูลใหม่มาตัดสินใจได้ถูกต้องว่าจะ ซื้อหุ้น ขายหุ้น หรือ ถือหุ้นต่อไปเฉยๆ เหมือนกับที่นักลงทุนทำกันเป็นปรกติครับ

และจากประสบการณ์ของผมนั้น ถ้าหากเราทำข้อ 1 ได้ดีเท่าไหร่ จะช่วยประหยัดเวลาทำสิ่งต่างๆในข้อ 2 ไปได้เยอะมากครับ

สุดท้าย ถ้าให้เปรียบเทียบ การลดความเสี่ยง และ การติดตามอนาคต ให้เห็นภาพง่ายๆ ก็เหมือนกับการเดิมข้ามถนนครับ แรกสุดเลยเราก็ต้องพยายามลดความเสี่ยงที่จะถูกรถชนด้วยการข้ามถนนตรงทางม้าลาย ตามทางข้ามที่มีไฟเขียวไฟแดงก่อน และเวลาข้ามเราก็จำเป็นจะต้องระวังตัวและดูซ้ายดูขวาอยู่เสมอด้วย เพราะถ้าไม่ระวังก็อาจจะมีคนขับรถฝ่าไฟแดงมาชนเราได้เหมือนกันนั่นเองครับ