by Jitta
วันที่ 5 เม.ย. 2560 • อัพเดทล่าสุดเมื่อ: วันที่ 15 เม.ย. 2560
การลงทุนในหุ้นปันผล #2

เมื่อวานบริษัทน้ำประปาไทย หรือ TTW ประกาศจ่ายเงินปันผล 0.35 บาทต่อหุ้น วันนี้เลยมาอธิบายเพิ่มเติม สำหรับคนที่เพิ่งเริ่มต้นลงทุนและยังไม่ค่อยเข้าใจเรื่องการปันผล โดยยก TTW เป็นตัวอย่างนะครับ

บริษัทมหาชน หรือ บริษัทที่มีการซื้อขายในตลาดหุ้น ก็เหมือนบริษัทส่วนใหญ่ครับ เวลาที่บริษัททำกำไรได้ ก็จะเก็บส่วนหนึ่งไว้ขยายกิจการ และส่วนหนึ่งนำมาจ่ายเงินปันผลให้กับผู้ถือหุ้นครับ ดังนั้นถ้าหากว่าเรามีหุ้นบริษัท TTW อยู่ 10,000 หุ้น เท่ากับว่าเราจะได้รับเงินปันผล 3,500 บาทครับ

โดยเวลาบริษัทในตลาดหุ้นประกาศจ่ายปันผล นอกเหนือจากจำนวนเงินปันผลต่อหุ้นแล้ว ก็จะมีข้อมูลเพิ่มเติมที่สำคัญอีกคือ

1. วันที่ไม่ได้รับสิทธิปันผล

เรียกง่ายๆว่าวัน XD หรือ Exclude dividend date ครับ กล่าวคือ คนที่ซื้อหุ้นในวัน XD เป็นต้นไปจะไม่มีสิทธิได้รับเงินปันผลที่จ่ายในงวดนั้นๆครับ

เช่นของ TTW บอกว่า XD วันที่ 6 กพ 2557 แสดงว่า ถ้าหากเราซื้อหุ้น TTW ก่อนวันที่ 6 กพ เราจะได้รับเงินปันผล 0.35 บาทต่อหุ้นที่ประกาศออกมาครับ แต่ถ้าหากมาซื้อวันที่ 6 กพ ก็จะหมดสิทธิ์ได้รับเงินปันผลครับ

2. วันจ่ายเงินปันผล

หรือ Dividend Payout Date ครับ ก็จะเป็นวันที่บริษัทจ่ายเงินปันผลมาให้กับเราจริงๆ สมัยก่อนจะจ่ายเป็นเช็คส่งไปรษณีย์มาที่บ้านเราครับ แต่ปัจจุบันเราเลือกให้โอนเงินเข้าบัญชีธนาคารได้ครับ

กรณีของ TTW บอกว่าวันที่จ่ายเงินปันผลคือ 21 มีค 2557 ดังนั้นถ้าหากเราให้โอนเงินปันผลเข้าบัญชีธนาคาร เราก็จะได้รับเงินปันผลเข้าบัญชีภายในสิ้นวันที่ 21 มีค ครับ โดยเงินปันผลที่ได้รับ จะโดนหักภาษี ณ ที่จ่าย 10% นะครับ ดังนั้นไม่ต้องตกใจ ถ้าหากว่ายอดเงินที่ได้รับไม่ตรงกับยอดเงินที่เรานำมาคูณกันเองครับ

หลังจากนั้น TTW ก็จะส่งหนังสือรับรองหัก ณ ที่จ่ายมาให้กับเราทางไปรษณีย์ ซึ่งเรามีทางเลือก 2 ทางครับ

a. นำเงินปันผลไปรวมกับรายได้ทั้งปีของเรา เพื่อขอเครดิตภาษีคืน
b. ไม่ต้องนำเงินปันผลไปรวมกับรายได้ทั้งปีของเรา ก็จะเสียแค่ภาษีหัก ณ ที่จ่าย 10% ตามที่ได้โดนหักไปตั้งแต่แรกครับ

ซึ่งจะเลือกข้อ a หรือ b นั้น หลักง่ายๆก็คือ ดูว่ารายได้รวมปันผลของเราทั้งปี เสียภาษีส่วนตัวกี่เปอร์เซ็นต์ ถ้าหากว่าเกิน 20% ก็ให้เลือกข้อ b ครับ แต่ถ้าหากน้อยกว่านั้นให้เลือกข้อ a

3. รอบผลประกอบการ

จะบอกว่าเงินปันผลที่นำมาจ่ายในครั้งนี้ มาจากผลประกอบการของบริษัทในช่วงเวลาไหนครับ อย่างของ TTW บอกว่า มาจากรอบ 1 กค 2556 – 31 ธค 2556 แสดงว่าปันผลครั้งนี้มาจากกำไรแค่ครึ่งปี แสดงว่า TTW น่าจะจ่ายเงินปันผลปีละ 2 ครั้ง ทุกๆ 6 เดือนครับ

ในขณะที่ถ้าหากว่าบางบริษัทบอกว่าปันผลมาจากรอบ 1 มค 2556 – 31 ธค 2556 แสดงว่าบริษัทจ่ายปันผลจากเงินกำไรทั้งปีแล้ว แบบนี้ส่วนมากก็จะจ่ายปันผลปีละครั้งครับ

แต่ทั้งนี้วิธีที่ดีที่สุด เราก็ควรจะเข้าไปดูประวัติการจ่ายเงินปันผลของบริษัทให้ดีว่า จ่ายปีละกี่ครั้ง และสม่ำเสมอแค่ไหนครับ

อย่างของ TTW ในปีที่แล้วก็จ่าย 2 ครั้ง ครั้งแรก 0.3 บาทต่อหุ้น และครั้งที่สอง 0.25 บาทต่อหุ้น รวมทั้งปีจ่ายออกมา 0.55 บาทต่อหุ้นครับ

ในส่วนของการวิเคราะห์ดูว่า เราควรจะลงทุนใน TTW หรือเปล่า และควรจะลงทุนที่เท่าไหร่ ก็วิเคราะห์ได้ตามที่เคยเขียนไปในครั้งก่อนๆครับ

  1. บริษัทมีความสามารถในการสร้างกำไรได้มั่นคง สม่ำเสมอแค่ไหน
  2. เงินปันผลที่บริษัทนำมาจ่ายนั้น มาจากกำไรที่บริษัททำได้ในแต่ละปีหรือเปล่า
  3. บริษัทมีประวัติการจ่ายเงินปันผล สม่ำเสมอแค่ไหน

ซึ่งในกรณีของ TTW นั้น เมื่อดูใน Jitta แล้ว ก็พอจะรู้ว่าธุรกิจค่อนข้างแข็งแกร่ง ธุรกิจสร้างกระแสเงินสดได้ค่อนข้างสม่ำเสมอ เพราะมี Jitta Score > 5 ในทุกๆปี

https://www.jitta.com/stock/bkk:ttw

เมื่อไปดูที่ Jitta Signs (หรือ Jitta FactSheet) จะเห็นได้ว่า TTW มี Revenue & Earning ที่ค่อนข้างสม่ำเสมอและเติบโตขึ้นเรื่อยๆทุกปี และมีประวัติการจ่ายปันผลที่เพิ่มขึ้นทุกปี แต่จุดที่มีความอันตรายก็คือ เงินปันผลที่จ่ายนั้นเพิ่มมากกว่ากำไรที่เติบโตขึ้น เพราะตัว Dividend to Net Profit นั้น เพิ่มขึ้นเรื่อยๆครับ แต่ก็น้อยกว่าเงินกำไรที่ทำได้ในแต่ละปี ซึ่งก็ยังโอเคครับ

{จริงๆสามารถวิเคราะห์ลึกๆกว่านี้ได้ ว่านโยบายจ่ายปันผลของบริษัทเหมาะสมหรือไม่ ก็จะทำให้รู้ความคิดของผู้บริหารมากขึ้นได้ว่า บริหารเงินของบริษัทเพื่อสร้างมูลค่าเพิ่มให้กับผู้ถือหุ้นได้ดีแค่ไหนครับ}

ดังนั้นถ้าหากว่าเราโอเคกับธุรกิจของบริษัทแล้ว และคิดว่าบริษัทน่ามีการขยายตัวและจะจ่ายปันผลมากขึ้นเรื่อยๆในปีต่อๆไป (หรืออย่างน้อยที่สุดก็จ่ายเท่ากับปีนี้) เราก็สามารถคำนวณความคุ้มค่าในการลงทุนได้ง่ายๆแล้วครับ

อย่างกรณี TTW ถ้าหากเราประเมินว่า รอบนี้จ่ายปันผลที่ 0.35 บาท และรอบหน้า สมมติว่าจ่ายเท่ากับปีที่แล้วคือ 0.25 บาท เท่ากับทั้งปีเราจะได้เงินปันผล 0.6 บาทต่อหุ้นครับ ดังนั้นถ้าหากเราซื้อในราคาเฉลี่ย 10 บาท เท่ากับเราจะได้ผลตอบแทนจากการลงทุนประมาณ 6% ในปีนี้ครับ

นอกจากนั้นถ้าหากว่า TTW ขยายกิจการได้เรื่อยๆ มูลค่าธุรกิจก็จะเพิ่มขึ้น ราคาหุ้นก็จะค่อยๆสูงขึ้นเรื่อยๆ เราก็จะได้ทั้ง Capital Gain และ Dividend ที่เพิ่มขึ้นในปีต่อๆไปนั่นเองครับ

ดังนั้นถ้าหากเราพอใจที่ผลตอบแทนประมาณนี้ เราก็สามารถลงทุนได้ครับ และหลังจากลงทุนไปแล้วก็คอยติดตามผลการดำเนินงานของ TTW ว่า ยังดีเหมือนเดิมหรือไม่ (Jitta Score) กำไรและปันผลเพิ่มขึ้นทุกปีหรือเปล่า (Jitta Signs & FactSheet)

ถ้าดีเหมือนเดิมตามที่เราคาดการณ์ไว้ ก็สามารถถือหุ้นต่อไปได้เรื่อยๆ แต่ถ้าหากเมื่อไหร่ที่บริษัทเริ่มมีปัญหา เช่น สัมปทานขายน้ำหมดลง และหารายได้เสริมจากทางอื่นไม่ได้ เราก็ควรจะต้องขายหุ้นออกไปครับ

ดังนั้นการลงทุนที่ดีไม่ใช่แค่ซื้อแล้วถือไปเรื่อยๆครับ ก็ต้องหมั่นคอยดูว่าบริษัทยังดีเหมือนเดิมหรือไม่ ซึ่งสมัยก่อนก็เป็นงานที่ค่อนข้างหนัก ทำให้มีคำแนะนำว่าไม่ควรลงทุนในหุ้นหลายตัวเกินไป เพราะเราจะดูแลและติดตามได้ไม่ทั่วถึงครับ แต่ปัจจุบัน Jitta ก็ช่วยทำให้การติดตามผลการดำเนินงานบริษัทเป็นเรื่องที่ง่ายขึ้นเยอะครับ และทำให้เราเห็นแนวโน้มได้รวดเร็วว่าบริษัทดีขึ้นหรือแย่ลงแค่ไหนทันที่ที่ Jitta Score มีการอัพเดททุกๆไตรมาสครับ