by Jitta
วันที่ 5 เม.ย. 2560 • อัปเดตล่าสุดเมื่อ: วันที่ 15 เม.ย. 2560
มุมมองการลงทุนในหุ้นเติบโตโดยใช้ Jitta

วันก่อนคุณ Artit มีถามความเห็นเกี่ยวกับว่า Jitta ช้าเกินไปสำหรับการหาหุ้น Growth Stocks หรือไม่ ซึ่งผมคิดว่าเป็นคำถามที่ดีครับ เลยขอนำคำตอบมาลงอีกครั้งในโพสต์หลักนะครับ จะได้เก็บไว้อ่านกันได้ง่ายๆในภายหลังครับ

จริงๆเหมือนที่คุณปู่บอกไว้ครับว่า ไม่มีความจำเป็นที่จะต้องแยกหุ้นคุณค่า ออกจากหุ้น Growth เพราะสุดท้ายแล้ว Growth ก็เป็นส่วนหนึ่งของคุณค่าครับ

Jitta เองนั้น เป็นเครื่องมือที่ช่วยสรุปคุณภาพและมูลค่าของหุ้นทุกตัวออกมาให้ดูได้อย่างง่ายดาย และ จากนั้นเมื่อเราสนใจหุ้นตัวไหนแล้ว ก็สามารถกด Follow ติดตามสถานการณ์ของหุ้นตัวนั้นไปได้เรื่อยๆ จนถึงเวลาที่เหมาะสม ก็สามารถเข้าไปลงทุนได้ครับ

กรณีเรื่องการหาหุ้น Growth Stocks นั้น Jitta ช่วยหาได้แน่นอนครับ (เพราะ Jitta Score เอง ก็มีการรวม Growth อยู่ในการคำนวณด้วย รวมทั้ง Jitta Factor ก็มี Growth Opportunity อยู่ครับ)

และที่สำคัญที่สุดก็คือ Jitta นั้น ช่วยให้เราค้นหาหุ้น Growth ที่มีคุณภาพ (มีการเติบโตที่สูงอย่างต่อเนื่องยาวนาน) ได้ง่ายมากครับ ดังนั้นแล้ว สิ่งที่เราต้องทำก็คือ การรอสถานการณ์พิเศษ ที่ทำให้หุ้น Growth ดีๆเหล่านั้น ราคาตกลงมาโดยที่พื้นฐานไม่เปลี่ยนแปลง และเราก็เข้าลงทุนในจังหวะเวลานั้นครับ (ตามหลักการ ลงทุนในธุรกิจที่ดี ในราคาที่เหมาะสม)

สิ่งที่ทำให้หลายๆคนรู้สึกว่า Jitta ช้าไปที่จะหาหุ้น Growth นั้น ก็เป็นเพราะว่าการเข้าตลาดมาในช่วงเวลานี้ ซึ่งเป็นช่วงเวลาที่ตลาดหุ้นขึ้นสูงมาก และราคาหุ้นของบริษัทดีๆก็ขึ้นไปสูงมากแล้วแค่นั้นเองครับ และเมื่อมองระยะสั้นนเราก็เลยรู้สึกว่า ไม่สามารถที่จะซื้อหุ้นเหล่านั้นได้แล้ว

ถ้าเรามีมุมมองในการลงทุนระยะยาวที่นานเพียงพอ เราจะทราบได้ทันทีว่า ขอเพียงเราค้นหาให้เจอบริษัทที่ยอดเยี่ยม ที่มีการเติบโตสูง แล้วคอยติดตามบริษัทนั้นไปเรื่อยๆ วันนึงโอกาสการลงทุนที่ยอดเยี่ยมจะมีมาหาเราเองครับ

  1. ลองพิจารณาตอนที่ Warren Buffett ซื้อหุ้น KO (Coca Cola) ในปี 1987 ก็ได้ครับ ความจริงแล้ว ณ ตอนนั้น โค้กมีผลประกอบการเติบโตในระดับ 33% ต่อปี และมี ROE 33% ต่อเนื่องกันมายาวนานหลายปีมากแล้ว แต่ราคาก็สูงเกินไปมาก จนปี 1987 ที่ตลาดหุ้นเกิดวิกฤต หุ้น KO ราคาร่วงลงมาอยู่ใกล้เคียงราคาที่เหมาะสม (และคนก็ยังดื่มโค้กเหมือนเดิม พร้อมทั้งโค้กก็ยังขยายธุรกิจไปต่างประเทศอีกเรื่อยๆ) คุณปู่ก็เลยซื้อหุ้น KO ในจังหวะเวลานั้นครับ (ซึ่งผมคิดว่าปู่เค้าก็คงเล็ง KO มานานหลายปีแล้ว กว่าที่จะเจอจังหวะดีๆให้ซื้อได้ครับ)
  2. ลองคิดอีกครั้งว่า ถ้าหากเราอยู่ในปี 2009, 2010, 2011 และเรามี Jitta ในช่วงเวลานั้น เราจะสามารถค้นหาหุ้น Growth ที่ยอดเยี่ยมได้มากมาย และ สามารถที่จะเลือกลงทุนระยะยาวได้แบบสบายๆเลยครับ เช่น HMPRO, JUBILE ที่ในช่วงระยะเวลานั้นก็มีการเติบโตมากกว่า 20% ต่อปี และราคาก็ยังอยู่ในระดับไม่สูงกว่า Jitta Line ครับ (และก็ยังเติบโตในระดับนี้ต่อเนื่องมาจนถึงปัจจุบัน แต่ราคาในปัจจุบันก็ขึ้นสูงไปมากแล้ว) ดังนั้นในระยะยาวแล้ว วิกฤตต่างๆที่ทำให้ราคาหุ้นตกต่ำลงมากๆแบบนี้ มีมาเรื่อยๆอยู่แล้วครับ ขอเพียงเราอดทนที่จะรอคอย ผลตอบแทนดีๆก็จะมาเองครับ
  3. ตลาดหุ้นมีความผิดพลาดอยู่เสมอๆ อย่างกรณีหุ้น SCBLIF ซึ่งก็จัดว่าเป็น Growth Stocks ที่กำไรมีการเติบโตมากกว่า 30% ต่อปีมาหลายปี เราก็มีโอกาสที่จะลงทุนในราคาที่เหมาะสมอยู่หลายครั้ง ตั้งแต่ปี 2009, 2011, 2012, 2013 และถ้าไม่ติดว่า SCB จะทำ Tender SCBLIF แล้ว ราคา ณ ปี 2014 นี้ ก็ยังเป็นราคาที่สามารถลงทุนใน SCBLIF และได้ผลตอบแทนที่ดีเยี่ยมแน่นอนครับ
  4. ถ้าลองมองดูหุ้นทั่วโลกให้มากพอ ก็จะเห็นว่า โอกาสในการลงทุนหุ้น Growth ดีๆมีมาให้เราเสมอๆ อย่างกรณี YNDX (http://www.jitta.com/stock/yndx) ที่มีการเติบโตประมาณ 20% ต่อปีอย่างต่อเนื่อง และมีราคาสูงกว่า Jitta Line มาตลอด ก็โดนผลกระทบเรื่องการเมืองของ Russia ทำให้ราคาตกมาใกล้ Jitta Line ในปัจจุบัน ถ้าหากเรามองดูแล้วคิดว่า ธุรกิจหลักของ YNDX ไม่ได้รับผลกระทบอะไรมากมาย นี่ก็อาจจะเป็นโอกาสในการลงทุนใน Growth Stocks ที่ดีได้เช่นเดียวกัน

ดังนั้นแล้ว คำแนะนำของผมก็คือ ให้มีทัศนคติในการลงทุนระยะยาว และ เข้าใจว่าตลาดหุ้นมีโอกาสดีๆเข้ามาเสมอๆครับ ลงทุนไปเรื่อยๆ ค้นหาบริษัทดีๆและติดตามไปเรื่อยๆ วันนึงข้างหน้าเราจะมีโอกาสในการลงทุนบริษัทดีๆเหล่านี้แน่นอนครับ