by Piyachart Maikaew
วันที่ 17 ธ.ค. 2563 • อัปเดตล่าสุดเมื่อ: วันที่ 12 ม.ค. 2566
สรุป Live: ลงทุนไม่เก่ง ก็ซื้อ ETF ตามเมกะเทรนด์โลกได้

ไฮไลต์

  1. จุดเริ่มต้นการลงทุนที่ดี จะต้องมีเป้าหมายในการเก็บเงิน เช่น แยกเงินไว้ 10% ของรายได้ ควรสะสมให้ได้ก้อนใหญ่ เพราะหากมีจังหวะลงทุน เพื่อให้เงินงอกเงย เราจะสามารถใช้เงินส่วนนี้เข้าลงทุนได้ทันที
  2. เป้าหมายของบริการกองทุนส่วนบุคคลของ Jitta Wealth คือ การนำเสนอบริการ ที่ให้นักลงทุนทุกคนสามารถเริ่มต้นได้ง่าย ใช้เงินลงทุนน้อย รวมทั้งลดขั้นตอนการเปิดบัญชี ลดค่าธรรมเนียมที่ไม่จำเป็น เพื่อให้นักลงทุนได้รับผลตอบแทนที่ดี
  3. Jitta Wealth มี 3 บริการกองทุนส่วนบุคคล คือ
    • Jitta Ranking – ลงทุนในหุ้นคุณภาพดี ในตลาดหุ้นไทย เวียดนาม สหรัฐอเมริกา และหุ้นเทคโนโลยีสหรัฐฯ
    • Thematic – ลงทุนในกองทุน ETF โดยคัดเลือกมาจากกลุ่มธุรกิจ Mega Trend และตลาดหุ้นอนาคตไกล
    • Global ETF – ลงทุนในกองทุน ETF โดยคัดเลือกตามสินทรัพย์ที่มีความเสี่ยงแตกต่างกัน ตราสารหนี้ชั้นดีและหุ้นคุณภาพจากทุกมุมโลก และใช้ทฤษฎีจัดพอร์ตลงทุนที่ได้รับรางวัลโนเบล และมีผลตอบแทนคาดหวัง ตามความเสี่ยงที่นักลงทุนยอมรับได้
  4. ไม่ว่าจะเป็นการลงทุนแบบไหน สิ่งที่นักลงทุนต้องทำคือ ศึกษาข้อมูลสินทรัพย์หรือธุรกิจที่จะลงทุนให้รอบด้าน เพราะถ้าเข้าใจแนวทาง ผลตอบแทน และความเสี่ยงแล้ว คุณจะลงทุนได้อย่างสบายใจ

ดูย้อนหลัง

สรุปเนื้อหา Live

ทางคุณเนย ธนพร เจียรนัยกุลวานิช จากเพจ Stock JourNoey ได้เชิญคุณเผ่า ตราวุทธิ์ เหลืองสมบูรณ์ CEO และผู้ร่วมก่อตั้ง Jitta Wealth มาพูดคุยเกี่ยวกับบริการกองทุนส่วนบุคคลของ Jitta Wealth โดย Live ผ่าน Zoom ในหัวข้อ ‘ลงทุนไม่เก่ง ก็ซื้อ ETF ตามเมกะเทรนด์โลกได้’

ก่อนหน้านี้ ทางเพจ Stock JourNoey ได้ทำ Special Content 2 เรื่อง ร่วมกับ Jitta Wealth คือ Jitta Wealth กองทุนส่วนบุคคลที่ใช้ระบบอัตโนมัติช่วยดูแลพอร์ตการลงทุน และ แจก E-book เรื่องกองทุน ETF ในภาษาง่ายๆ สรุปสาระสำคัญของลงทุนในกองทุน ETF ต่างประเทศของ Jitta Wealth และแนะนำ E-book ที่ Jitta Wealth ได้พัฒนาร่วมกับ Passive Way ที่ต้องการจะให้ความรู้การลงทุนในกองทุน ETF ทุกมิติ

มีคำถามจากทางแฟนเพจ Stock JourNoey เกี่ยวกับบริการกองทุนส่วนบุคคลต่างๆ ของ Jitta Wealth โดยคุณเผ่า แนะนำ Jitta Wealth ว่า เป็นบริษัทหลักทรัพย์จัดการกองทุน (บลจ.) เป็นสตาร์ทอัพประเภท WealthTech รายแรกของไทย ที่มีใบอนุญาตจากสำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ (ก.ล.ต.) ในการให้บริการกองทุนส่วนบุคคล

“บลจ. แบบ Jitta Wealth แตกต่างจากบลจ. ที่บริหารกองทุนรวม การบริหารกองทุนส่วนบุคคล บางที่จะต้องมีเงินในระดับ 10 ล้าน 20 ล้านถึงจะลงทุนได้ เพื่อให้สามารถกระจายการลงทุนไปได้หลายสินทรัพย์และคุ้มกับค่าธรรมเนียม ค่าธรรมเนียมผู้รับฝากสินทรัพย์ และมีขั้นต่ำที่ต้องจ่าย หากเงินลงทุนน้อย ก็ไม่คุ้มกับค่าใช้จ่ายต่างๆ และกัดกินผลตอบแทน แต่มีจุดเด่น คือกองทุนเป็นของเราเอง เลือกลงทุนได้เอง” 

“ส่วนกองทุนรวม คือการรวมเงินลงทุนจากหลายๆ คน แล้วไปลงทุน จึงใช้เงินน้อยกว่า มีจะมีเงื่อนไขในการเข้าลงทุนสินทรัพย์ สัดส่วนการถือหุ้น และค่าบริหารจัดการต่างๆ”

“Jitta Wealth อยากสร้างบริการกองทุนส่วนบุคคล ที่ใช้เงินลงทุนน้อย ลดขั้นตอนการเปิดบัญชีต่างๆ นำเทคโนโลยีมาช่วย ดังนั้นเราจึงสามารถนำเสนอบริการด้วยค่าใช้จ่ายที่น้อย เงินลงทุนเริ่มต้น 100,000 บาท ซึ่งเป็นวงเงินที่มีโอกาสทำกำไร”

คุณเผ่า บอกว่า เก็บเงินก่อนลงทุนเป็นสิ่งสำคัญ อาจจะกันเงินจากรายได้หรือเงินเดือนออกมาก่อน 10% สะสมให้เป็นก้อนใหญ่ขึ้น หากเรามีโอกาสลงทุน ก็ใช้เงินก้อนนี้ มาลงทุนให้เงินงอกเงยได้

บริการของ Jitta Wealth ปัจจุบัน

Jitta Wealth มี 3 บริการกองทุนส่วนบุคคล คือ 

  1. Jitta Ranking – ลงทุนในหุ้นคุณภาพดี ในตลาดหุ้นไทย เวียดนาม สหรัฐฯ และหุ้นเทคโนโลยีสหรัฐฯ โดยใช้หลักการลงทุนของ Warren Buffett ที่ว่า ‘Buy a wonderful company with a fair price’ จึงเป็นที่มาของการใช้ AI มีคัดหุ้นคุณภาพดี จัดอันดับ 30 ตัว โดยใช้เกณฑ์งบการเงิน ซึ่งพอร์ตลงทุนภายใต้ Jitta Ranking มีผลตอบแทนทเฉลี่ย 14-23% ต่อปี ใช้เงินลงทุนเริ่มต้น 500,000-3,000,000 บาท และเพิ่มทุนครั้งละ 100,000-300,000 บาท
  2. Thematic – ลงทุนในกองทุน ETF โดยคัดเลือกมาจากกลุ่มธุรกิจ Mega Trend และตลาดหุ้นอนาคตไกล จึงเรียกว่า ‘ธีม’ เป็นตัวแทนกลุ่มธุรกิจหรือตลาดหุ้นนั้นๆ มี 8 ธีมธุรกิจ และ 3 ธีมตลาดหุ้น ได้แก่ เทคโนโลยี คลาวด์ AI ฟินเทค อีคอมเมิร์ซ อีสปอร์ต สุขภาพ เทคโนโลยีจีน หุ้นสหรัฐฯ หุ้นจีน และหุ้นอินเดีย โดยสามารถเลือกลงได้สูงสุด 5 ธีม แบ่งเงินลงทุนเท่าๆ กัน ผลตอบแทนพอร์ตลงทุน 4 ธีมประมาณ 12-18% ต่อปี ใช้เงินลงทุนเริ่มต้น 100,000 บาท เพิ่มทุนครั้งละ 10,000 บาท
  3. Global ETF – ลงทุนในกองทุน ETF โดยคัดเลือกตามสินทรัพย์ที่มีความเสี่ยงแตกต่างกัน ตราสารหนี้ชั้นดีและหุ้นคุณภาพจากทุกมุมโลก มาจัดสัดส่วน โดยใช้ทฤษฎีจัดพอร์ตลงทุนที่ได้รับรางวัลโนเบล คือ Modern Portfoliio Theory จึงมี 3 แผนให้เลือกตามความเสี่ยงที่นักลงทุนยอมรับได้ คือ พอเพียง สมดุล และเติบโต โดยมีผลตอบแทนคาดหวัง 4% 6% และ 8% ตามลำดับ ใช้เงินลงทุนเริ่มต้น 100,000 บาท เพิ่มทุนครั้งละ 10,000 บาท

ลงทุนในกองทุน ETF ต่างประเทศ

ย่อมาจาก Exchange Traded Fund อยู่ในรูปแบบกองทุนที่ซื้อขายในตลาดหลักทรัพย์ หากมีบัญชีซื้อขายหุ้นอยู่แล้ว สามารถซื้อกองทุน ETF ได้เลย แตกต่างจากกองทุนรวมที่ต้องไปเปิดบัญชีที่ธนาคาร นายหน้าขายหน่วยลงทุน หรือบลจ. 

กองทุนมีข้อดี คือ กระจายความเสี่ยงไปทุกสินทรัพย์ คุณเผ่าบอกว่า กองทุนที่ลงทุนหุ้นสหรัฐฯ 500 ตัว เป็นการกระจายความเสี่ยง ไม่ผันผวนเหมือนลงทุนหุ้นเพียง 1 ตัว แต่สำหรับกองทุน ETF มีจุดเด่นที่เหมือนหุ้น คือ ราคา Real-time 

“ผมไม่มีความรู้ในตลาดหุ้นจีน ไม่รู้จะเริ่มต้นตรงไหน หากลงทุนหุ้นรายตัว ไม่น่าจะรอด ถือหุ้น 10 ตัว อาจจะขายไม่ทัน ถ้าซื้อ ETF ที่ลงทุนในตลาดหุ้นจีนไปเลย  ถ้าลดพอร์ตลงทุนหุ้น หรือขายออกในอนาคต ก็สามารถทำได้เลย จาก ETF กองเดียว”

“ETF ในไทย อาจจะไม่ได้รับความนิยมมากนัก มี 17 กองทุน แต่ต่างประเทศนิยมมาก เพราะค่าบริหารจัดการถูกกว่ากองทุนรวมทั่วไป ถ้าคุณเลือกลงทุนถูกกอง คุณอาจจะไม่เหนื่อยเลย ได้ผลตอบแทนมากกว่าหุ้นรายตัว” 

คุณเผ่า บอกว่า ปีนี้ทั่วโลกมี Covid-19 การซื้อหุ้น 1 ตัวมันยาก ลงทุน ETF หุ้นจีน ลงหุ้นอเมริกา ก็เท่ากับกระจายความเสี่ยงในหุ้นหลายๆ ตัว กองทุน ETF ที่ลงทุนในพันธบัตรหรือหุ้นกู้ก็กระจายความเสี่ยงเหมือนกัน หากประเทศไหนหรือบริษัทไหนผิดนัดชำระหนี้ ยังมีหุ้นกู้ตัวอื่นๆ ที่ยังสามารถจ่ายดอกเบี้ยให้กองทุน ETF ได้ ไม่ล้มไปทั้งหมด

“หากจะเลือกลงทุน ETF ต่างประเทศเอง ก็สามารถทำได้ คุณเปิดบัญชีซื้อขายจากโบรกเกอร์ไทย แต่ก็มีเงื่อนไข เช่น ค่านายหน้าซื้อขายหลักทรัพย์ขั้นต่ำ ค่าธรรมเนียมโอนเงินครั้งละ 1,000 บาท หากมีเงินลงทุนน้อย ก็ไม่คุ้มที่จะซื้อลงทุน เพราะค่าใช้จ่ายต่างๆ กัดกินเงินลงทุนและผลตอบแทน”

วิธีการเลือกกองทุน ETF แบบ Jitta Wealth

คุณเผ่า บอกว่า Jitta Wealth มี 3 เกณฑ์ในการคัดเลือกกองทุน ETF ต่างประเทศ 

  1. มูลค่า AUM – Asset Under Management สูง เพราะทำให้กรอบการลงทุนในสินทรัพย์ก็จะมากและกระจายความเสี่ยงได้ดี มีความน่าเชื่อถือ มีคนลงทุนเยอะ
  2. ค่าบริหารจัดการต่ำ เมื่อมูลค่า AUM สูง จะสามารถทำให้ค่าธรรมเนียมต่างๆ น้อยลงได้ เกิด Economy of Scale 
  3. ค่า Tracking Error ต่ำ คือ ผลตอบแทนของกองทุน ETF นี้สามารถทำได้ไกล้เคียงกับดัชนี เพราะกองทุน ETF มีนโยบาย Passive Investment เน้นให้ผลตอบแทนเป็นไปตามดัชนีอ้างอิง 

นอกจากนี้ Jitta Wealth ใช้เทคโนโลยีเข้ามาช่วยคัดกรองกองทุน ETF และจะรีวิวกองทุนเหล่านี้ หากในอนาคตกองทุน ETF ที่เลือกไว้ เพิ่มค่าบริการจัดการ จะคัดเลือกกองทุนตัวใหม่ ดังนั้นนักลงทุนไม่ต้องเสียเวลาคัดเลือกกองทุนเอง

ความแตกต่างระหว่าง Thematic กับ Global ETF

Thematic

Thematic ถูกออกแบบมาสำหรับการลงทุนในกองทุน ETF หุ้นโดยเฉพาะ แต่เป็นการคัดเลือกจากมุมมองที่ว่า อะไรที่กำลังจะเป็นทิศทางธุรกิจในอีก 10 ปี หรือ 20 ปี ข้างหน้า หรือที่เรียกว่า Mega Trend จึงเป็นที่มาของ 8 ธีมธุรกิจและ 3 ธีมตลาดหุ้น

“เราต้องรู้ว่าย้อนกลับไปเมื่อ10 ปี หรือ 20 ปีก่อน ตอนนั้นธุรกิจห้าง Modern Trade กำลังเติบโต คนเปลี่ยนจากการเดินตลาดมาเดินห้าง แต่ตอนนี้เป็นโลกของเทคโนโลยีและดิจิทัล ดังนั้น Mega Trend ก็เปลี่ยนไป”

“Covid-19 หุ้นเทคโนโลยีโต 15% หุ้นสุขภาพโต 12% หุ้นอีคอมเมิร์ซโตเกือบ 100% รวมทั้งกลุ่มเทคโนโลยีย่อยๆ อย่าง ฟินเทค อีสปอร์ต และคลาวด์ ก็เติบโตก้าวกระโดดจาก Covid-19”

คุณเผ่า บอกว่า Jitta Wealth ได้เพิ่มธีมธุรกิจใหม่คือ เทคโนโลยีจีน เข้ามาเป็นธีมที่ 11 เพื่อเป็นทางเลือกสำหรับ Mega Trend ของจีนแผ่นใหญ่ ที่แข็งแกร่งไม่แพ้หุ้นเทคโนโลยีสหรัฐฯ

“กองทุน ETF หุ้น ถ้าเลือกได้ถูกตัว พอร์ตโตได้เลย ไม่ต้องเสียเวลาไปเลือกหุ้นรายตัว ดังนั้นคนที่เลือก Thematic ควรมีประสบการณ์จากการลงทุนในตลาดหุ้นมาด้วย”

Global ETF

Global ETF ถูกออกแบบมาให้นักลงทุนที่ไม่ความชอบผันผวนของหุ้น เอาทฤษฎี Modern Portfolio Theory มาจัดสัดส่วนระหว่างกองทุน ETF หุ้นและตราสารหนี้ในพอร์ตลงทุน หลักการจัดพอร์ตนี้จะแม่นยำ จึงคาดหวังผลตอบแทนได้เลย 

  • แผนพอเพียง ตราสารหนี้ 80% หุ้น 20% ผลตอบแทน 4% ต่อปี
  • แผนสมดุล ตราสารหนี้ 50% หุ้น 50% ผลตอบแทน 6% ต่อปี
  • แผนเติบโต ตราสารหนี้ 20% หุ้น 80% ผลตอบแทน 8% ต่อปี

คุณเผ่า บอกว่า หัวใจของ Global ETF คือ วินัยการลงทุน ถ้าเราลงทุนเอง เจอช่วงหุ้นร่วงถี่ๆ ช่วงล็อกดาวน์ อาจจะถอดใจ ไม่กล้าซื้อต่อ ตามหลักการแล้ว ช่วงที่หุ้นลง ต้องเข้าลงทุน รอช่วงเวลาที่ตลาดหุ้นกลับมาเป็นขาขึ้นอีกครั้ง ซึ่งจะทำให้เราได้กำไร 

Global ETF เจอสถานการณ์แบบ Covid-19 จะปรับพอร์ตทันที เพราะมูลค่าพอร์ตของหุ้นจะลดลง ระบบของ Jitta Wealth จะขายส่วนกองทุน ETF ตราสารหนี้ที่มีความเสี่ยงน้อยและมีผลตอบแทนดี มาซื้อกองทุน ETF หุ้นแทน และปรับสัดส่วนของพอร์ตลงทุนให้เป็นไปตามแผนที่ลูกค้าเลือกไว้

“เอาเทคโนโลยีมาช่วยให้พอร์ตลงทุนมีวินัย ซึ่งไม่ใช่การจับจังหวะตลาด ปรับพอร์ตลงทุนเมื่อสัดส่วนมีการเปลี่ยนแปลงจากแผนเกิน 5% ดังนั้นจะปรับพอร์ตไม่บ่อย ค่าบริหารจัดการจึงไม่สูง”

“Thematic ก็ใช้หลักการคือ ลงทุนเท่าๆ กัน เลือกได้สูงสุด 5 ธีม เพราะเป็นการกระจายความเสี่ยงที่เหมาะสม หากธีมใดธีมหนึ่งมาการเปลี่ยนแปลงจากสัดส่วนเกิน 5% ระบบก็จะทำการขาย ETF ธีมนั้น มาลงทุนในธีมที่เหลือ และปรับสัดส่วนให้เท่ากัน”

คุณเผ่า บอกว่า ทุกครั้งที่มีการเพิ่มทุนเข้ามา ก็จะมาจัดสัดส่วนตามแผนการลงทุน หรือตามจำนวนธีมที่เลือกเช่นเดียวกัน

ค่าธรรมเนียมที่โปร่งใส 

คุณเผ่า บอกว่า ค่าธรรมเนียม 2 ส่วน ส่วนที่เป็นค่าธรรมเนียมการจัดการ 0.5% ต่อปี เป็นการเรียกเก็บจาก Jitta Wealth เอง ปีละ 500 บาท หรือเดือนละ 41.6 บาท สำหรับเงินลงทุน 100,000 บาท 

ส่วนที่ 2 คือ ค่าธรรมเนียมจากหน่วยงานภายนอกที่มีใบอนญาตจากก.ล.ต. เช่น ค่าธรรมเนียมซื้อขายหลักทรัพย์ 0.2% สำหรับกองทุน ETF ที่อยู่ในตลาดหุ้นสหรัฐฯ 200 บาท สำหรับเงินลงทุน 100,000 บาท ค่าธรรมเนียมรับฝากสินทรัพย์ 0.1% ต่อปี หรือขั้นต่ำ 80 บาทต่อเดือน และค่าธรรมเนียมค่าโอนเงินไปต่างประเทศ 500 บาท จ่ายครั้งเดียว

“Jitta Wealth จะทำเงื่อนไขต่างๆ ให้โปร่งใส เวลาโอนเงินเข้ามาลงทุนกับเรา เราจะโอนเงินให้โบรกเกอร์ ที่ทำหน้าที่ซื้อขายหลักทรัพย์และดูแลสินทรัพย์จัดการต่อเลย หากเราเลิกทำ กองทุนส่วนบุคคลของคุณยังอยู่ กระบวนโอนเงิน เปลี่ยนค่าเงิน และลงทุนตามแผน จะใช้เวลาไม่เกิน 7 วัน”

“ช่วงนี้ค่าเงินบาทแข็ง เป็นจังหวะที่ดีในการลงทุนต่างประเทศ เพราะคุณจะได้กำไรส่วนที่เกินจากการลงทุนและค่าเงินด้วย เพราะตอนนี้อยู่ที่ 29 บาทต่อดอลลาร์สหรัฐ ไม่คิดว่าจะแข็งไปมากกว่านี้ เพราะแบงก์ชาติก็ดูแลอัตราแลกเปลี่ยนอยู่”

“แต่การลงทุนต่างประเทศ มีความเสี่ยงเรื่องค่าเงินอยู่แล้ว ขึ้นอยู่กับระยะเวลาลงทุน 3-5 ปี ได้ผลตอบแทนทบต้นมาเยอะตามระยะ หากมีผลขาดทุนค่าเงิน ก็จะไม่มีผลต่อพอร์ตลงทุนมากเท่าลงทุนเพียง 1 ปี ที่ได้ผลตอบแทนสะสมไม่มาก”

คุณเผ่า ได้กล่าวทิ้งท้ายว่า หากคุณสนใจกองทุนส่วนบุคคลของ Jitta Wealth อยากให้ศึกษาหลักการลงทุนให้เข้าใจก่อน เพราะถ้าเริ่มลงทุนเลย โดยที่ยังไม่เข้าใจ นักลงทุนจะไม่สบายใจ ดังนั้นทำความเข้าใจกับบริการของ Jitta Wealth เมื่อมั่นใจแล้ว จึงค่อยเริ่มลงทุน 

หากคุณสนใจจะเปิดบัญชีลงทุนกับ Jitta Wealth สามารถดาวน์โหลดแอปพลิเคชัน สร้างบัญชี เลือกแผนการลงทุน ถ่ายรูปพร้อมบัตรประชาชน ทาง Jitta Wealth จะยืนยันตัวตนภายใน 24 ชั่วโมง ทุกขั้นตอนมีความปลอดภัย คุณสามารถตรวจสอบ ดูพอร์ตลงทุนผ่านแอปพลิเคชันได้เลย

คุณสามารถเข้าไปดูข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่

Thematic https://jittawealth.com/thematic

Global ETF https://jittawealth.com/global-etf 

Jitta Ranking https://jittawealth.com/jitta-ranking