by Nicha Sappisarnkul
วันที่ 11 ต.ค. 2560 • อัพเดทล่าสุดเมื่อ: วันที่ 11 เม.ย. 2561
มงจะลงที่ใคร? เมื่อตลาดหุ้นคือเวทีประกวดนางงาม

Beauty contest article1.png
(Photo by Ashton Mullins on Unsplash)

 

ตลาดหุ้นก็เหมือนกับการประกวดนางงาม (Beauty Contest)*

นักเศรษฐศาสตร์ชื่อดังจอห์น เมย์นาร์ด เคนส์กล่าวไว้

เพราะสมัยก่อน การประกวดนางงามในลอนดอนจะทำผ่านหนังสือพิมพ์ โดยให้คนอ่านเลือกผู้หญิงที่สวยที่สุด 6 คนจากทั้งหมด 100 คนผ่านรูปภาพ

ใครก็ตามที่โหวตให้ผู้เข้าประกวดที่ชนะคะแนนโหวต ก็จะมีสิทธิลุ้นชิงรางวัลไปด้วย

ต่อให้ไม่ได้อยู่ในเหตุการณ์ คุณก็คงพอเดาออกว่า ผลลัพธ์จะเป็นอย่างไร…

ใช่แล้วค่ะ…คนส่วนมากจะไม่เลือกผู้หญิงที่คิดว่าสวยที่สุด แต่จะเลือกผู้หญิงที่ตนเองคิดว่าคนส่วนใหญ่จะโหวตให้

ดังนั้น ผู้ชนะการประกวดจึงไม่ใช่หญิงสาวที่สวยที่สุด แต่เป็นหญิงสาวที่คนส่วนใหญ่คิดว่าจะมีคนเลือกมากที่สุดนั่นเอง

หุ้นก็เช่นเดียวกัน…

นักลงทุนส่วนใหญ่ไม่ได้มองหาหุ้นที่ดีที่สุด แต่จะมองหาหุ้นที่คิดว่าคนส่วนใหญ่ชื่นชอบ

“ราคาหุ้นในตลาดนั้น ไม่ได้อยู่บนพื้นฐานหรือผลงานของบริษัท
แต่จะอยู่ขึ้นอยู่กับความไม่สมเหตุสมผลของนักลงทุนส่วนใหญ่เสียมากกว่า”

— จอห์น เมย์นาร์ด เคนส์

เมื่อตลาดเริ่มลือกันถึงหุ้นที่กำลังมาแรง คนก็จะรีบซื้อหุ้นนั้นตามๆ กัน เพราะหวังผลกำไรในอนาคต (ที่เขาบอกว่าดี) ทำให้ราคาของหุ้นขึ้นไปสูงกว่ามูลค่าที่แท้จริงของบริษัท

กลับกัน เมื่อตลาดลือกันถึงหุ้นตัวที่คิดว่าแย่ นักลงทุนส่วนมากก็จะเริ่มกังวลและหวาดระแวง จนขายหุ้นตัวนั้นทิ้งไป ทำให้ราคาของหุ้นทิ้งดิ่งลงไปต่ำกว่าราคาที่ควรจะเป็น ดั่งที่เคยเล่าไว้ในบทความ Mr. Market

นี่จึงเป็นสาเหตุที่ทำให้ตลาดหุ้นขึ้นๆ ลงๆ ตามความไม่สมเหตุสมผลของนักลงทุน ที่มัวแต่พะวงว่าคนอื่นจะคิดกันอย่างไร

ซึ่งเคนส์ก็ได้เตือนไว้ว่า “Markets can remain irrational longer than you can remain solvent.” แปลง่ายๆ คือ “ตลาดหุ้นมันก็จะไม่มีเหตุผลของมันแบบนี้จนคุณหมดตัวนั่นแหละ”

แล้วคุณจะเอาชนะความไร้เหตุผลของ Mr. Market ได้อย่างไร?

ไม่ยากเลยค่ะ!

คุณแค่มอบมงกุฎให้นางงามที่สวยที่สุด แทนที่จะมอบให้ Miss Popular

มองหาหุ้นที่มีคุณภาพ แทนหุ้นที่นักลงทุนส่วนใหญ่ชอบแห่เข้าหา

เริ่มจากการดู Jitta Score เพื่อตัดสินคุณภาพธุรกิจว่ามีศักยภาพสูง ทำกำไรได้อย่างต่อเนื่อง และมีความยั่งยืนในการทำธุรกิจหรือไม่

จากนั้นค่อยพิจารณามูลค่าที่เหมาะสมของบริษัท (Jitta Line) จากศักยภาพในการสร้างกระแสเงินสดและทรัพย์สินที่ผ่านมา เพื่อคาดการณ์อัตราการเติบโตของธุรกิจในอนาคตคร่าวๆ คุณจะทราบว่า หากต้องการซื้อธุรกิจ แล้วคืนทุนภายใน 10 ปี วันนี้ควรจะต้องซื้อในราคาเท่าใด

กฎหลักๆ เพียงเท่านี้ ก็ช่วยให้คุณหลุดพ้นจากกับดักของ Mr. Market ได้แล้ว แถมยังเพิ่มโอกาสสร้างผลตอบแทนที่สูงขึ้นด้วย

ตราบใดที่บริษัทยังรักษาศักยภาพการบริหารและทำกำไรไว้อย่างต่อเนื่อง คุณก็ไม่จำเป็นต้องขายธุรกิจที่ดีเยี่ยมนั้นทิ้งไป

หรือถ้าบริษัทไม่ยอดเยี่ยมเหมือนเมื่อก่อนอีกต่อไป คุณก็ไม่จำเป็นต้องเก็บไว้อีกเช่นกัน เหมือนที่เคนส์ได้กล่าวไว้ว่า “When the fact changes, I change my mind.”

และถึงแม้คุณจะไม่มีเวลาติดตามความเปลี่ยนแปลงของหุ้นที่คุณเลือกไว้ คุณก็ยังสามารถทำตามหลักการลงทุนที่ดีได้ โดยการจัดการลงทุนให้เป็นระบบ และทำตามแผนที่วางไว้อย่างมีวินัย

ไม่ว่าจะซื้อหุ้น 30 ตัวแรกบน Jitta Ranking แล้วปรับพอร์ตด้วยตนเองทุกปี หรือจะให้ Jitta Wealth จัดการซื้อและปรับพอร์ตตาม Jitta Ranking ให้คุณก็ได้

เพราะการซื้อตาม Jitta Ranking นั้น ก็เท่ากับว่าคุณได้เลือกซื้อหุ้นที่ดีที่สุดในตลาด ณ เวลานั้นๆ แล้ว

คุณจึงไม่ต้องกังวลว่า คุณจะพลาด…

มงลงไม่ผิดคนแน่นอน!


*Source: The General Theory of Employment, Interest and Money, 1936