by Jitta
วันที่ 5 เม.ย. 2560 • อัพเดทล่าสุดเมื่อ: วันที่ 23 พ.ค. 2561
Loss Chance มีประโยชน์อย่างไร

จากคำถามของ Sakont Mitthai เกี่ยวกับ Loss Chance บน Jitta ว่ามีประโยชน์ในการเลือกลงทุนยังไง วันนี้ผมเลยขอมาอธิบายเรื่องนี้เพิ่มเติมให้ทุกคนได้รับทราบนะครับ

หลักๆก็คือ Loss Chance เป็นค่าที่บอกว่า โอกาสที่เราซื้อหุ้นที่มี Jitta Score แบบนี้ และมีค่า Above/ Below Jitta Line แบบนี้ไป 100 ตัว แล้วถือหุ้นไปอีก 1 ปีจะมีหุ้นที่มีโอกาสขาดทุนกี่ตัวครับ

เช่น ถ้าหากเราไปเจอหุ้นที่มี Jitta Score 7.5 และมีราคา 5% Below Jitta Line และมีเขียน Loss Chance ว่า 35%
หมายความว่า ถ้าหากเราซื้อหุ้นที่มี Jitta Score 7.5 และมีราคา 5% Below Jitta Line แบบนี้ทั้งหมด 100 ตัว ถือหุ้นทั้งหมดไป 1 ปี จะพบว่ามี 35 ตัวที่ขาดทุน และ 65 ตัวที่กำไรครับ

ดังนั้นจากที่ Peter Lynch บอกครับว่า

ในการลงทุนนั้นขอให้เราถูกต้องประมาณ 60% ก็สามารถสร้างความมั่งคั่งจากตลาดหุ้นได้แล้ว
– Peter Lynch

ดังนั้นเวลาลงทุนพยายามเลือกหุ้นที่มี Loss Chance ต่ำกว่า 50% ก็จะปลอดภัยครับ เพราะถ้าหากเราลงทุนในทุกตัวด้วยเงินที่เท่าๆกัน โอกาสที่เราจะกำไรในระยะยาวก็จะมีสูงครับ

ที่พวกผมทำตัว Loss Chance ขึ้นมา ก็เพราะรู้ดีว่าธุรกิจมีการเปลี่ยนแปลงเสมอครับ ทำให้คุณภาพและมูลค่าที่เหมาะสมของธุรกิจเปลี่ยนแปลงได้ตลอดเวลา ธุรกิจที่ดีในวันนี้ อาจจะไม่ดีในอีก 6 เดือนข้างหน้าก็ได้ เลยจัดทำค่า Loss Chance ขึ้นมาเพื่อบอกนักลงทุนว่า ไม่ได้มีอะไร Perfect 100% การลงทุนทุกอย่างมีความเสี่ยง แม้จะเลือกลงทุนในธุรกิจที่ดีแล้วก็ตามครับ ก็ยังคงต้องเฉลี่ยการลงทุนให้มากพอ (อย่างน้อย 5-10 หุ้น) เพื่อให้ความผิดพลาดที่เกิดขึ้นไม่สร้างความเสียหายให้กับเรามากนัก

และก็เป็นตัวที่ช่วยพิสูจน์ด้วยว่า ในกลุ่มของบริษัทที่ดีในราคาที่เหมาะสมนั้น โอกาสขาดทุนจะมีน้อยกว่า 50% ครับ ทำให้ถ้าเราลงทุนเฉพาะบริษัทในกลุ่มนี้และมีการเฉลี่ยการลงทุนที่มากพอ ก็สามารถคาดหวังผลตอบแทนที่ดีได้ระดับนึงครับ

สำหรับแนวทางในการคิด Loss Chance ก็มาจากรูปด้านบนนี้ครับ

ถ้ายังจำรูปนี้กันได้ นี่คือ สิ่งแรกๆที่ฮันท์กับผมใช้สำหรับพิสูจน์ว่า Jitta Score กับ Jitta Line ที่เราคิดกันขึ้นมานั้น สามารถใช้ลงทุนได้จริง ว่าถ้าหากเอาหุ้นทั้งหมดใน US มาพล็อตกราฟตาม คุณภาพบริษัท (แกน x) และ มูลค่าที่เหมาะสม (แกน y) หลังจากลงทุนในบริษัทที่คุณภาพดีและราคาต่ำกว่ามูลค่าที่เหมาะสม เราควรจะมีโอกาสทำกำไรได้มากกว่าขาดทุน

ซึ่งก็เป็นจริงตามนั้นครับ จุดแต่ละจุดคือ หุ้นที่มี Jitta Score และ Above/ Below Jitta Line ณ เวลาปัจจุบัน และสีเขียวคือ หุ้นที่กำไร สีแดงคือ หุ้นที่ขาดทุน หลังจากถือหุ้นไป 5 ปีครับ ก็จะเห็นได้ว่ากลุ่มหุ้นทางด้านบนขวา (Wonderful company at a fair price) จะค่อนข้างมีแต่หุ้นที่ทำกำไร (คิดจาก capital gain อย่างเดียวนะครับ) และเมื่อค่อยๆเลื่อนมาทางล่างซ้ายก็จะมีหุ้นที่ขาดทุนมากขึ้นๆครับ

หลังจากที่ได้รับรู้ว่า Jitta Score กับ Jitta Line น่าจะใช้ได้ผลในการลงทุนจริงแล้ว พวกผมก็เลยคิดเพิ่มด้วยความอยากรู้ว่า แล้วหุ้นที่อยู่ในแต่ละช่อง ที่มีค่า Jitta Score กับ Above/ Below Jitta Line ใกล้เคียงกันนั้น (สมัยก่อนเรียกแต่ละช่องว่า Matrix เช่น Matrix 7,7 เป็นต้นครับ) มีโอกาสที่จะเกิดสีเขียวสีแดงหรือกำไรขาดทุนของแต่ละช่องเป็นเท่าไหร่กันบ้าง
ก็เลยทำการคิดย้อนหลังและเก็บสถิติของหุ้นที่อยู่ในแต่ละช่องเพื่อนำมาสรุปว่า โดยเฉลี่ยแล้ว ถ้าหากลงทุนในหุ้นที่อยู่ใน Matrix เดียวกัน 100 ตัว ผ่านไป 1 ปี จะมีขาดทุนกี่ตัว และ กำไรกี่ตัว ซึ่งก็เลยกลายมาเป็นที่มาของ Loss Chance นั่นเองครับ

และ Jitta ก็จะทำการเก็บข้อมูลตรงนี้ทุกปี (เพราะทุกปีที่ผ่านไป Jitta ก็จะได้ Sampling จำนวนหุ้นที่อยู่ในแต่ละ Matrix มาเพิ่ม) เพื่อนำมาสร้างค่าเฉลี่ยใหม่ให้แม่นยำมากขึ้นเรื่อยๆครับ

(สำหรับใครที่ยังไม่เคยอ่านเรื่องที่มาของรูปนี้ ลองไปอ่านเพิ่มเติมได้ที่บทความนี้)

ทั้งนี้สมัยก่อนก็ยังมี Estimate Gain เพื่อบอกว่า ถ้าหากซื้อหุ้นในแต่ละ Matrix แล้วถือไว้เป็นเวลา 1 ปี มีโอกาสได้กำไรกี่เปอร์เซ็นต์ด้วยครับ แต่ตอนหลังก็ได้นำค่านี้ออกไป หลังจากที่ได้คิดค้น Jitta Ranking ขึ้นมา เพราะว่าดูเข้าใจได้ง่ายกว่าแบบ Matrix และได้ผลตอบแทนที่ดีกว่า เพราะสามารถนำเอาปัจจัยอื่นๆมาร่วมคำนวณเพื่อจัด Ranking ได้ด้วย ในขณะที่แบบ Matrix จะคิดแค่จาก Jitta Score และ Jitta Line อย่างเดียวครับ

ปัจจุบันจึงไม่ได้แสดงค่า Estimate Gain บน Jitta แล้ว คงเหลือไว้แค่ Loss Chance เพื่อให้เห็นโอกาสที่ลงทุนไปแล้วจะผิดพลาดได้ ซึ่งใน Jitta Ranking นั้นไม่ได้มีบอกไว้ครับ ซึ่งก็คิดว่าน่าจะเป็นประโยชน์กับนักลงทุนที่ใช้งาน Jitta ทุกคนครับ