by Piyachart Maikaew
วันที่ 17 มี.ค. 2565 • อัพเดทล่าสุดเมื่อ: วันที่ 17 พ.ค. 2565
1 ทศวรรษ กว่าจะเป็นฟินเทคไทย Jitta และ Jitta Wealth

ผ่านร้อนผ่านหนาวมาได้ 10 ปี สำหรับสตาร์ตอัปฟินเทคสัญชาติไทย Jitta และจะก้าวเข้าสู่ทศวรรษที่ 2 อย่างแข็งแกร่ง

จากประสบการณ์ของนักลงทุนสไตล์ VI (Value Investing) ของคุณเผ่า ตราวุทธิ์ เหลืองสมบูรณ์ ที่เข้าใจดีว่า การทำความเข้าใจพื้นฐานของกิจการ ด้วยการอ่านงบการเงินแต่ละบริษัท มีความยากลำบากแค่ไหน

เพราะข้อมูลงบการเงินของหุ้นบริษัททั่วโลก ไหลเวียนนับร้อยล้านดาต้า คุณจะเลือก ‘หุ้นดี ราคาเหมาะสม’ ได้อย่างไร หากต้องนั่งหลังขดหลังแข็งอ่านและวิเคราะห์งบการเงินย้อนหลัง 5 ปีหรือ 10 ปี

นั่นหมายความว่า คุณต้องใช้เวลาและความพยายามอย่างมาก ในการเลือกหุ้นดีๆ มาจัดพอร์ต เพื่อสร้างความมั่งคั่งระยะยาว และนั่นอาจจะทำให้คุณถอดใจไปเสียก่อน

นี่คือ จุดเริ่มต้นของ Jitta ในการพัฒนาแพลตฟอร์มวิเคราะห์หุ้น ด้วยการออกแบบอัลกอริทึมและ AI ที่มีความแม่นยำ 

เราจะพาคุณย้อนเวลา ไปดูย่างก้าวสำคัญๆ ของ Jitta และ Jitta Wealth ตลอด 1 ทศวรรษที่ผ่านมา

Jitta เป็นใคร Jitta Wealth น่าลงทุนไหม

2555 (2012) – เริ่มจากความฝันที่ต้องการสร้างนวัตกรรมช่วยคนทั้งโลก

บริษัท จิตตะ ดอท คอม จำกัด (Jitta) ก่อตั้งเมื่อวันที่ 15 มีนาคม โดย 2 ผู้ก่อตั้ง คือ คุณเผ่า และคุณศิระ สัจจินานนท์ เป็นสตาร์ตอัป WealthTech ที่เป้าหมายหลัก คือ สร้างเทคโนโลยีมาเพื่อช่วยเหลือนักลงทุนให้สามารถสร้างผลตอบแทนที่ดีขึ้นกว่าเดิม ด้วยวิธีการที่เรียบง่ายที่สุด

จึงเป็นพันธกิจหลัก คือ Help investors create better returns through simple investment methods

Jitta พัฒนาเทคโนโลยีวิเคราะห์หุ้น จากพื้นฐานของกิจการ ตามหลักการลงทุนแบบเน้นคุณค่า (VI) ยึดมั่นสไตล์การเลือกหุ้นของ Warren Buffett นักลงทุนผู้สร้างตำนานและแรงบันดาลใจให้คนทั่วโลก ด้วยแนวคิดที่ว่า ‘Buy a wonderful company at a fair price’ (ลงทุนในธุรกิจที่ยอดเยี่ยมในราคาที่เหมาะสม)

2556-2558 (2013-2015) – ล้มลุกคลุกคลานที่ Silicon Valley สหรัฐอเมริกา

เมื่อแพลตฟอร์มวิเคราะห์หุ้น Jitta ถูกพัฒนาพร้อมใช้งานกับหุ้นสหรัฐฯ ผู้ก่อตั้งทั้ง 2 คน บินลัดฟ้าไปถึง Silicon Valley รัฐแคลิฟอร์เนีย แหล่งรวมสตาร์ตอัปและผู้ใช้งานเทคโนโลยี เพื่อทดสอบเวอร์ชันแรก แล้วพบว่า ยังไม่ตอบโจทย์ผู้ใช้งาน

จึงเก็บฟีดแบ็กจากการทดสอบเวอร์ชันแรก เพิ่มฟีเจอร์ Jitta Score (คุณภาพบริษัท) Jitta Line (มูลค่าที่เหมาะสมของบริษัท) และ Jitta Ranking (จัดอันดับหุ้นดี ราคาเหมาะสม) และกลับไปทดสอบที่ Silicon Valley อีกครั้ง ในเวอร์ชันที่ 2 พบว่า ผู้ใช้งานชอบเวอร์ชันที่ 2 และฟีเจอร์ที่พัฒนาขึ้นมา ตอบโจทย์การศึกษาพื้นฐานหุ้นบริษัทมากขึ้น

ต่อมาปี 2014 เพิ่มฟีเจอร์ Jitta Signs (จุดเด่นและจุดด้อยของกิจการ) และ Jitta Factors (ปัจจัยสำคัญของธุรกิจ 5 มิติ) 

หลังจากนั้นคุณพรทิพย์ กองชุน เข้ามาเป็นส่วนหนึ่งของผู้ก่อตั้ง Jitta ในปี 2558 รวมเป็น 3 ผู้ก่อตั้งสตาร์ตอัป WealthTech สัญชาติไทย

เหินฟ้ากลับไปสหรัฐอเมริกาอีกครั้ง เพื่อทดสอบแพลตฟอร์มและรวบรวมฟีดแบ็กของผู้ใช้งาน โดยเดินทางไป Silicon Valley (รัฐแคลิฟอร์เนีย) Wall Street (มหานครนิวยอร์ก) และรัฐซีแอตเทิล ได้รับคำแนะนำว่า ให้เอาปัญญาประดิษฐ์ (AI) และอัลกอริทึมที่พัฒนาขึ้นมา ไปใช้บริหารจัดการเงินลงทุน จะเป็นการต่อยอดธุรกิจที่แข็งแกร่งมาก เพราะคนส่วนใหญ่ไม่มีความรู้มากนักในเรื่องการวิเคราะห์สินทรัพย์และจัดพอร์ตลงทุน

2559-2561 (2016-2018) – วิเคราะห์หุ้น 7 ประเทศ เตรียมต่อยอดบริหารกองทุนส่วนบุคคล 

เป็นช่วงเวลาที่แพลตฟอร์มวิเคราะห์หุ้น Jitta ขยายการให้บริการไปได้ 7 ประเทศ ได้แก่ สหรัฐอเมริกา สิงคโปร์ ไทย เวียดนาม ฮ่องกง ญี่ปุ่น และสหราชอาณาจักร

เริ่มต้นพัฒนาแอปพลิเคชัน Jitta Wealth เพื่อเตรียมความพร้อมในการใช้เทคโนโลยีกับธุรกิจบริหารจัดการกองทุนส่วนบุคคล (Private Fund)

ต่อมาได้ก่อตั้งบริษัทหลักทรัพย์จัดการกองทุน จิตตะ เวลธ์ จำกัด (Jitta Wealth) เมื่อวันที่ 22 สิงหาคม 2561 โดยเป็นส่วนหนึ่งของ Jitta เปิดโอกาสให้นักลงทุนที่ไม่ต้องการจัดพอร์ตลงทุนด้วยตัวเอง แต่อยากสร้างความมั่งคั่งจากหุ้นที่วิเคราะห์และคัดสรรจาก AI และอัลกอริทึมของแพลตฟอร์ม Jitta โดยเริ่มจากกองทุนส่วนบุคคล Jitta Ranking หุ้นคุณค่า (Value Stock) ของไทย สหรัฐอเมริกา และเวียดนาม 

วิสัยทัศน์ของ Jitta Wealth เหมือนกับพันธกิจของ Jitta แต่ทำให้เป็นรูปธรรมมากขึ้น คือ บริหารจัดการเงินลงทุน ด้วยเทคโนโลยีลงทุนอัตโนมัติ (Automated Investing) มาช่วยปรับพอร์ตและรักษาวินัยการลงทุน มุ่งเป้าไปที่วิสัยทัศน์ 3 ด้าน เพื่อประโยชน์สูงสุดของนักลงทุน คือ สร้างผลตอบแทนที่ดี มีค่าธรรมเนียมต่ำ และให้ความสะดวกสบาย

2562 (2019) – ระดมทุน 200 ล้านบาท พัฒนานวัตกรรมอัจฉริยะ ดันธุรกิจ Private Fund 

Beacon Venture Capital ในเครือธนาคารกสิกรไทย ประกาศลงทุนครั้งใหญ่ ร่วมกับ Angel Investor มูลค่ารวมกว่า 200 ล้านบาท กับ Jitta เมื่อวันที่ 13 กุมภาพันธ์ 2562 โดยเป็นการลงทุนระดับ Pre-Series A ของสตาร์ตอัปสัญชาติไทยที่มีมูลค่าสูงที่สุดในเวลานั้น

ด้วยเป้าหมาย เพื่อพัฒนานวัตกรรมอัจฉริยะการเงินการลงทุน และขยายธุรกิจให้เติบโตทั้งในและต่างประเทศ

ต่อมาวันที่ 9 เมษายน Jitta Wealth ได้ใบอนุญาตบริหารจัดการกองทุนส่วนบุคคล เลขที่ ลค-0105-01 จากสำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ (สำนักงาน ก.ล.ต.)

นอกจากนี้ เปิดตัวแอปพลิเคชัน Jitta เป็นครั้งแรกในเดือนมิถุนายน เพิ่มทางเลือกให้กับผู้ใช้งานแพลตฟอร์มวิเคราะห์หุ้นจากเว็บไซต์ มาอยู่บนอุปกรณ์พกพา ไม่ว่าจะเป็นสมาร์ตโฟนและแท็บเล็ต

2563 (2020) – วิกฤต Covid-19 ตลาดหุ้นดิ่งหนัก บริหารความมั่งคั่งด้วย ETF

ความท้าทายในการบริหารกองทุนส่วนบุคคลของ Jitta Wealth ก้าวแรก คือ โรคระบาด Covid-19 ที่ทำให้ตลาดหุ้นทั่วโลกดิ่งหนักๆ ส่งผลกระทบต่อมูลค่าพอร์ตลงทุน นักลงทุนมีความกังวลต่อสถานการณ์นั้น 

สิ่งที่ Jitta Wealth ต้องสื่อสารในภาวะวิกฤตนี้ คือ สร้างความมั่นใจให้กับนักลงทุน และเชื่อมั่นในหลักการลงทุนระยะยาว รวมไปถึงศักยภาพของ AI และอัลกอริทึมของ Jitta เพราะเมื่อเกิดวิกฤตใดก็ตาม ความสามารถของ AI คือ เฟ้นหาหุ้นบริษัทที่ยังมีงบการเงินที่แข็งแกร่ง หรือได้รับผลกระทบน้อยจากความไม่แน่นอนที่เกิดขึ้น

แม้วิกฤต Covid-19 จะลากยาว และไม่มีทีท่าว่าจะจบ แต่ Jitta Wealth มองเห็นว่า เป็นโอกาสที่ดีในการเปิดแผนการลงทุนใหม่ จึงเลือกหุ้นเติบโต (Growth Stock) อย่างหุ้นเทคโนโลยีสหรัฐฯ มาอยู่ในกองทุนส่วนบุคคล Jitta Ranking ในเดือนกรกฎาคม

นอกจากนี้เพิ่มสินทรัพย์มาเป็นทางเลือกในการบริหารกองทุนส่วนบุคคล นั่นก็คือ ETF (Exchange Traded Fund) 

เดือนกันยายน Jitta Wealth เปิดตัวกองทุนส่วนบุคคล Global ETF จัดพอร์ตลงทุนกับ Passive ETF ตราสารหนี้และหุ้น กระจายความเสี่ยงทั่วโลกกับผลตอบแทนที่ใช่ ด้วยหลักการจัดพอร์ตตามทฤษฎีรางวัลโนเบล Modern Portfolio Theory ของนักเศรษฐศาสตร์ ชาวอเมริกัน Harry Markowitz

ต่อมาในเดือนตุลาคม กองทุนส่วนบุคคล Thematic จัดพอร์ตลงทุนใน Passive ETF ตลาดหุ้นอนาคตไกลและธุรกิจเมกะเทรนด์ทั้งหมด 10 ธีม โอกาสลงทุนในหุ้นทั่วโลก จัดพอร์ตลงทุนในธีมที่ชื่นชอบได้สูงสุด 5 ธีม ทำให้ Jitta Wealth กลายเป็น Trendsetter ในแวดวงบลจ. สำหรับการลงทุน Thematic ETF เลยทีเดียว

สำหรับแพลตฟอร์มวิเคราะห์หุ้น Jitta ยังคงพัฒนาและปรับปรุงอัลกอริทึมอย่างไม่หยุดยั้ง โดยให้บริการเพิ่มอีก 6 ประเทศ ได้แก่ ไต้หวัน จีน เยอรมนี แคนาดา ออสเตรเลีย และอินเดีย รวมเป็น 13 ประเทศ ส่วนอัลกอรึทึมของ Jitta พัฒนาไปจนถึงเวอร์ชัน 3.0 โดยโฟกัสไปที่พื้นฐานเฉพาะตัวของหุ้นเทคโนโลยีทั่วโลก รองรับการเติบโตและเมกะเทรนด์ในอนาคต

ที่สำคัญ คือ แพลตฟอร์มวิเคราะห์หุ้น Jitta เข้าใช้งานจากทั่วโลกทะลุ 10.39 ล้านครั้ง ณ สิ้นปี 2563 จากเว็บไซต์และแอปพลิเคชัน

2564 (2021) – โตไม่หยุดฉุดไม่อยู่ ด้วยการพัฒนา AI และอัลกอริทึมที่แม่นยำมากขึ้น

ปี 2564 ความท้าทายของ Jitta และ Jitta Wealth คือ โรคระบาด Covid-19 ไม่จบ แม้ตลาดหุ้นทั่วโลกจะฟื้นตัวได้อย่างรวดเร็ว เศรษฐกิจโลกกำลังเติบโตก็ตาม แต่วัฏจักรรอบใหม่ๆ เข้ามาเป็นบทพิสูจน์ให้กับสตาร์ตอัป WealthTech ว่าจะพัฒนาเทคโนโลยีไปทางไหน ให้ตอบโจทย์ลูกค้าและผู้ใช้งานทั่วโลก

สำหรับ Jitta Wealth เปิดแผน Jitta Ranking จีน ในเดือนกรกฎาคม เฟ้นหา ‘หุ้นดีราคาถูก’ พร้อมลงทุนตรงในหุ้นคุณค่าจีน A-share เกาะไปกับการเติบโตของเศรษฐกิจจีนแผ่นดินใหญ่ 

ต่อมาในเดือนตุลาคม เปิดแผน Thematic Optimize ปิด Pain Point ของลูกค้าที่เลือกธีมจัดพอร์ตไม่ถูก เพราะ Thematic ETF มีให้เลือกเยอะมากๆ เพิ่มธีมมาเป็นทั้งหมด 16 ธีม ทีมงาน Jitta Wealth จึงพัฒนา AI และอัลกอริทึม มาวิเคราะห์พื้นฐานของ ETF โดยเฉพาะ และเฟ้นหา ‘ธีมที่น่าลงทุนที่สุด’ มาจัดพอร์ตให้ 4 ธีม พร้อมปรับพอร์ตให้ทุกไตรมาสเหมือนกับ Jitta Ranking และได้รับมีกระแสตอบรับดีมาก หลังจากเปิดให้ลงทุน

สำหรับแพลตฟอร์มวิเคราะห์หุ้น Jitta เปิดให้บริการเพิ่มอีก 6 ประเทศ ได้แก่ เกาหลีใต้ ฝรั่งเศส รัสเซีย สวีเดน มาเลเซีย และอินโดนีเซีย รวมเป็น 19 ประเทศ ส่วนอัลกอรึทึมของ Jitta พัฒนามาจนถึงเวอร์ชัน 3.0 มุ่งเน้นไปที่งบการเงิน 4 ไตรมาสล่าสุด เพื่อการวิเคราะห์พื้นฐานกิจการที่แม่นยำมากขึ้น

เมื่อเปิดให้บริการวิเคราะห์หุ้นได้ในหลายๆ ประเทศ ทำให้แพลตฟอร์ม Jitta ถูกเข้าใช้งานรวม 16.19 ล้านครั้ง ณ สิ้นปี 2564 จากเว็บไซต์และแอปพลิเคชัน

Jitta และ Jitta Wealth

นี่คือ ทุกก้าวย่างสำคัญตลอด 10 ปีที่ผ่านมา จากสตาร์ตอัป WealthTech ที่ต้องการพัฒนาเทคโนโลยีมาช่วยให้นักลงทุน ให้สามารถเลือกหุ้นคุณค่า พื้นฐานดี และมีโอกาสเติบโต วิเคราะห์หุ้นได้ถึง 19 ประเทศทั่วโลก ถูกเข้าใช้งานมากกว่า 31.7 ล้านครั้ง สู่การเป็นบลจ. บริหารกองทุนส่วนบุคคลสูงถึง 58,370 บัญชี ณ สิ้นปี 2564 มากที่สุดในไทย โดยลงทุนผ่านสินทรัพย์ที่มีคุณภาพดีทั่วโลก เช่น หุ้นคุณค่า หุ้นเติบโต Passive ETF และ Thematic ETF

ตลอด 1 ทศวรรษที่ผ่านมา เราเชื่อในหลักการลงทุนระยะยาว มั่นใจในสินทรัพย์ที่มีโอกาสเติบโต ทั้งหุ้นและ ETF เพราะพื้นฐานสินทรัพย์แข็งแกร่งมากพอ ไม่ว่าเวลาจะผ่านไปนานเท่าไร ย่อมสร้างผลตอบแทนทบต้นที่ดีได้เสมอ และเทคโนโลยี AI และอัลกอริทึมของแพลตฟอร์มวิเคราะห์หุ้น Jitta ได้พิสูจน์หลักการลงทุนระยะยาวนี้มาแล้ว (อ่านต่อ Jitta Ranking ปี 2564 ผลตอบแทนชนะดัชนีตลาดหุ้น)

พันธกิจของ Jitta ยังคงเหมือนเดิม คือ ‘Help investors create better returns through simple investment methods’ (ช่วยให้นักลงทุนสร้างผลตอบแทนที่ดีกว่า ผ่านวิธีการลงทุนที่ง่ายที่สุด) และต่อยอดมาเป็นวิสัยทัศน์ของ Jitta Wealth เพื่อทำให้การลงทุนเป็นเรื่องง่าย

ความมุ่งมั่นในพันธกิจและวิสัยทัศน์นี้ จะถูกต่อยอดและพัฒนาในทศวรรษที่ 2 ไม่ว่าจะเป็นเทคโนโลยีสำหรับนักลงทุนทั่วโลก และการบริหารความมั่งคั่งผ่านกองทุนส่วนบุคคล

เราจะเป็นสตาร์ตอัป WealthTech สัญชาติไทย ที่มาพร้อมกับทิศทางธุรกิจชัดเจนมากขึ้น สู่การเติบโตอย่างก้าวกระโดดในปีต่อๆ ไป


อ่านเรื่องราวของ Jitta และ Jitta Wealth

อัปเดตอัลกอริทึม

Jitta เลือกหุ้นดี กับความเสี่ยงที่ลดลง ด้วยอัลกอริทึมใหม่ เวอร์ชัน 4.0

Jitta เวอร์ชั่นใหม่ แม่นยำมากขึ้น พร้อมลงทุนในยุค New Normal

Jitta พร้อมต้อนรับการลงทุนในทศวรรษใหม่ 2020

ความน่าเชื่อถือขององค์กร

Jitta เป็นใคร ทำไมใครๆ ก็ลงทุนกับ Jitta Wealth

กองทุนส่วนบุคคลคืออะไร ทำไม Jitta Wealth ถึงเป็นทางเลือกที่น่าสนใจ